game

AGDS2006@Singapore

posted on 23 Dec 2006 22:38 by 9tawan in Game
(ขอบอกก่อนว่า หน่วยเงิน "เหรียญ" ทั้งหมดในหน้านี้ คือเหรียญสิงคโปร์นะครับ ไม่ใช่เหรียญยูเอส)

ว่าจะเขียนถึงตั้งแต่กลับถึงเมืองไทยแล้วล่ะ แต่ว่าตอนนั้นท้องเสีย - - ก็ไม่เชิงหรอก เพราะว่าตอนอยู่ที่งานท้องเสีย ก็เลยไม่มีอะไรมาเล่ามากมายต่างหาก

ตอนแรก ผมกะว่าจะไปงานนี้เป็นการส่วนตัว โดยจะไปร่วมกับทีม Flying Pig ซึ่งเป็นผู้ดูแล IGDA ในส่วนของกรุงเทพมหานครอยู่ (IGDA แบ่งตามเมือง/จังหวัด ยกเว้นพื้นที่เก่า ๆ หรือประเทศเล็ก ๆ) แต่ไป ๆ มา ๆ ก็กลายเป็นว่า บริษัทส่งไป (รวมทั้งเจ้านายผมก็ไปด้วย) ก็เลยถือว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะนอกจากจะไม่ต้องลางานไปแล้ว บ.ยังออกค่าใช้จ่ายให้ด้วย ขอบคุณครับคุณยัน

ที่จริงผมมีโอกาสได้ฟังแค่ประมาณ 2-3 Session เท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นประสพการณ์ที่คุ้มค่าทีเดียว Session แรกที่ได้เข้าเป็นของ Ian Livingstone แห่ง EIDOS ซึ่ง ... ไม่ค่อยมีสาระอะไรมาก เป็นการบรรยายประสพการณ์ชีวิตของเขา รวมทั้งผลงานของตัวเองที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ แต่ที่เห็นจะเยอะก็คงเป็นอีนมหกเหลี่ยม Lara Croft ซึ่งผมเป็นคนไม่ชอบเกมนี้เท่าไหร่ เหอะ ๆๆ แต่ก็นะระดับโลกมันก็อีกเรื่องนึงนี่ครับ :)

Session ต่อมาที่ผมเข้า เป็นSession ที่เกี่ยวกับการทำ Lib Sync และระบบอนิเมชั่นบนใบหน้า ซึ่งเป็นเรื่องอาร์ท ส่วนตัวผมว่าดีนะ แต่ผมไม่ค่อยสนใจแฮะ (แน่ล่ะ ผมมันสายโปรแกรมเมอร์นี่หว่า) ...

ในตอนนั้นผมก็เลยออกไปซื้อเครื่องเขียนซะหน่อย ก็เลยออกไปข้างนอก ไปถามหาร้านเครื่องเขียนจากจุดบริการนักท่องเที่ยว (ซึ่งอยู่ตรงทางเดินถนน Orchard ที่โรงแรมที่ผมอยู่นั่นล่ะ) เขาก็บอกว่าให้เดินไปทาง MRT (รถไฟใต้ดินบ้านเขา) ซึ่ง ตอนแรกผมก็หาไม่เจอเพราะว่าไม่เคยมา (ตอนไปสิงคโปร์ครั้งที่แล้วมันสิบปีที่แล้ว คงจำทางได้หรอกนะ -3-) ก็เสียเวลาไปพอสมควร กว่าจะหาเจอ อ้อ ทางเดินใต้ดินที่นั่นมันจะไม่สั้น ๆ เหมือนบ้านเรา แต่ว่าจะยาวพอสมควร อยู่ตรงสี่แยกพอดี แถมเชื่อมต่อกับตึกต่าง ๆ ด้วย บ้านเราน่าจะเอามาปรับใช้นะ :) ) ก็เสียเวลาไปเกือบชม. ก็ได้สมุดกับปากกามาในราคา สองร้อยกว่าบาท คือ ปากกาน่ะผมไม่สงสัยเพราะราคาใกล้เคียงกับบ้านเรา แต่สมุดเนี่ยแม่งแพงจัง - - (เป็นสมุดไม่มีเส้นด้วยแหละเลยแพง)

หลังจากนั้นก็กลับโรงแรมมาฟังสัมนาต่อ Period นี้ผมไม่ได้เข้า Session ไหนเพราะว่าไม่มีอันไหนที่ผมสนใจเป็นพิเศษ แต่ว่าเพื่อนผมที่เข้าไปฟัง Andrew Davison (เป็นวิทยากรจากประเทศไทยเรานี่ล่ะครับ ปัจจุึบันเป็น อ.อยู่ที่ PSU) บอกว่า Session นี้สนุกมาก ผมชักเริ่มเสียดายแล้วสิ Topic ตรงนี้เกี่ยวกับ Java ครับ เอาไว้รอทาง AGDS ส่ง Mail มาบอกว่าโหลด Presentation ได้ที่ไหนแล้วค่อยไปตามเก็บละกัน

แล้วก็ ... อืม พักเที่ยง กินข้าว >.< อาหารอร่อยใช้ได้เลย อ้อ ที่ตรงนี้ ก่อนกินข้าวนิดนึง GD ที่บ.ผมก็พาเพื่อนเขามาให้รู้จักครับ ทำงานที่ iF ที่สิงคโปร์ (ถ้าไม่รู้จักก็อย่าเดาเลยเน้อ ผมแกล้งใส่ชื่อย่อเองแหละ :) ) แต่ว่าที่น่าสนใจคือ เขาเคยทำงานกับ Capcom มาก่อน !! ตอนกินข้าวนี่ได้คุยกันพอสมควร อ้อ คนคนนี้เป็นคนสิงคโปร์ครับผม

แล้วก็กลับมาที่สัมนาต่อ เหมือนเมื่อกี้เด๊ะ ไม่มีหัวข้อไหนโดนใจผมอีกแล้ว - - ก็เลยออกมาช่วยเพื่อนที่กำลังจะต้องไปพูดใน Session ต่อไป (ซึ่ง ... เอ้อ ผมช่วยตรงไหนหว่า ... อ๋อ ช่วยนั่งเป็นเพื่อนเฉย ๆ ไง :) ) ... และ Session ต่อไปก็ของอีตานี่แหละ

และแล้วก็ถึงตาเจ้าเพื่อนผม แฮะ ๆ มีรายละเอียดบางอย่างบน Blog เขาด้วยน่ะนะ ซึ่งโดยส่วนตัวถ้าไม่ติดว่าภาษาอังกฤษเขาไม่ค่อยแข็ง ผมว่า Session นี้สนุกใช้ได้เลย ^^ เนื้อหาเป็นเรื่องการทำเกมเพื่อตลาดของคนกลุ่มน้อย คือ คนกลุ่มน้อยตรงนี้ ไม่ใช่พวก Hardcore Gamer นะครับ (ถึงไอ้กลุ่มนี้ก็เล็กเหมือนกันก็เหอะ) แต่เป็นกลุ่มคนที่ไม่เล่นเกมเลย แต่ว่าสนใจในอย่างอื่น เราก็แค่ทำเกมให้เข้ากับสิ่งที่เขาสนใจ เขาก็จะมาซื้อเอง ง่ายมั้ยครับ (ในความเห็นผมนะ Music Game ประเภทเกมเต้นกับเกมที่เป็นเครื่องดนตรีนั่นก็อยู่ในกลุ่มนี้นะ ผมไม่นับพวก Audition กับ O2Jam เพราะว่าไม่เข้าข่ายจ้า ^^ ) ซึ่งเขาพูดถึงเรื่องเกม Visual Novel นั่นแหละ (เป็นการดึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักอ่านนิยาย/การ์ตูน) ซึ่งเกมประเภทนี้มีตลาดหลักในญี่ปุ่นเพราะว่าคนที่นั่นเขาอ่านหนังสือ/อ่านการ์ตูนกันมาก (แต่บ้านเรามัน ... OTL) (อีกสาเหตุนึงคือ เกมประเภทนี้มักจะติดเรท 18 :) ) เท่าที่ดูก็ดูเหมือนกับว่าทางคนฟังก็ตอบรับมาดีนะครับผมว่า

Session ที่เข้าต่อไป เป็นเรื่องของการเป็นโปรแกรมเมอร์ ก็คือ จะเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ยังไง และทำอย่างไรให้โดดเด่น Session นี้น่าสนใจทีเดียว เค้าพูดถึงเรื่อง Trend ของเครื่องเกมในอนาคต เรื่องหน้าที่ของโปรแกรมเมอร์ ทั้งการพัฒนาตัวเกมเอง และการสร้างสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะทำยังไงให้เป็นโปรแกรมเมอร์ที่โดดเด่น (คำตอบของเขาง่าย ๆ แต่ทำยาก คือ นอกจากจะเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งแล้ว จะต้องมีความรู้ในด้านอื่น ๆ ด้วย) อ้อ ผมยังไม่ได้บอกมั้งว่าวิทยากรท่านนี้ เคยทำงานที่ Polyphony Digital ซึ่งเป็นบ.ที่พัฒนาเกม Gran Turismo (Sony เป็น Publisher ครับ) พอหลังจบ Session นี้ เค้าก็มาเล่าประสพการณ์ตอนที่พัฒนา GT3 ให้ฟังกัน น่าสนใจทีเดียว เลยรู้เลยว่าที่ญี่ปุ่นงานพัฒนาเกมมันแรงงานทาสชัด ๆ

จากนั้นผมก็ไปดูทาง Round Table ที่เปิดให้ร่วมแสดงทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องการเงินกับการพัฒนาเกม ซึ่ง ผมเข้าไปปุ๊บก็เห็น บอสผมกำลังทะเลาะกับฝรั่งในห้องนั้น (ฮา) คือ ความเห็นไม่ตรงกันน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ก็สนุกดีแต่ผมขอไม่ยุ่งเกี่ยวละกัน อิอิ

พอหมดตรงนี้ปุ๊บ ... ทางเจ้าภาพก็ ... เลี้ยงเหล้าครับ เลี้ยงมันทุกคนที่เข้างานเลย (เฮ) แต่ผมเป็นคนไม่ดื่มเหล้า ก็เลยว่าจะไปเที่ยวที่อื่นกัน แต่ว่าระหว่างที่รออ.กำลังทำธุระนิดหน่อยอยู่ก็เข้าไปในบาร์ที่เข้าเลี้ยงเหล้ากันน่ะแหละ ก็ไปกันสองสามคน พอดีว่ามีอยู่คนนึงเค้ากวักมือเรียกเข้าไปคุย คุยไปคุยมาก็สรุปว่าเป็น organizer ของงานนี้ล่ะครับ ก็คุยกันสัพเพเหระ มีคุยเรื่องใบขับขี่ด้วยนะ เค้าก็ถามผมว่ายากมั้ยกว่าจะได้ใบขัีบขี่ (ผมคงไม่ต้องตอบเนอะ) ตอนผมอธิบายไปเขาก็อึ้ง ๆ เพราะว่า นอกจากจะเสียไม่กี่ตังค์แล้ว ยังสอบได้ตั้งสามครั้ง ผมเลยถามเขากลับไปว่าแล้วของเขาเป็นไง เค้าก็บอกว่าครั้งละ2000เหรียญ!! (ถ้าผมจำไม่ผิดนะ หรือว่า 4000 ก็ไม่รู้) ซึ่งก็ราว ๆ ห้าหมื่นบาท ต่อครั้ง ก็เลยไม่แปลกใจว่าทำไมรถที่นั่นมีแต่สวย ๆ ^^' ส่วนคนที่นั่งด้วยอีกคนเค้าไปสอบมาที่มาเลย์ ก็บอกว่าราว ๆ 200เหรียญ ก็ยังแพงอยู่ดีล่ะนะ ^^

หมดตรงนี้เราก็ไปเที่ยวกันละ (ช๊อปปิ้ง อย่าคิดมาก) ...

วันที่สอง ผมได้เข้า Session เดียว เพราะว่าท้องร่วงแบบไม่ทราบสาเหตุ ^^ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Shader ผมว่าไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ คือ เค้าก็เอาประสพการณ์ที่เค้าทำ 3D Engine แล้วเอาสารพัด Shader ใส่ลงไป แล้วบอกว่าได้เฟรมเรทเท่าไหร่ อะไรงี้น่ะครับ แต่ก็อย่างว่าแหละแค่เอา Shader มาโชว์นี่ก็ถือว่าได้อะไรมากแล้ว (ตอนนี้กำลังเล่นกับ Shader อยู่เหมือนกัน อิอิ)

หลังจากนั้นก็ตามบล๊อกก่อนหน้านี้แหละ ครับ ... ขึ้นไปเข้าห้องน้ำแล้วก็นอน จนถึงตรงนี้ก็คือ นอนสลับเข้าห้องน้ำล่ะครับ อิอิ

สิ่งนึงที่ผมสังเกตเห็นคือ ตอนพักกินน้ำชากัน เค้าคุยกันโช้งเช้งเสียงดังไปหมด ไอ้เราก็ไม่รู้จะคุยกับใคร คือ ไม่ใช่ว่าพูดอังกฤษไม่ได้นะ (พูดได้นิดหน่อยไม่เก่ง) แต่ว่า ไม่รู้จักใครเลย OTL คือ เข้าใจว่านอกจากภาษาอังกฤษจะเป็นปัญหาแล้ว เรายิ่งไม่ได้เข้าไปคุยอะไรกันในฟอรั่มต่างประเทศ ทำให้ไม่รู้จักใครเลย รวมทั้งแทบไม่ได้รับงานจากทางฝั่งนี้เลย ก็เลยยิ่งไม่รู้จักเข้าไปใหญ่ (แต่ก็ได้เจอกับลูกค้าของบริษัทด้วยนะครับ)

อีกอย่างนึงคือ มีความพยายามกันลับ ๆ ว่า จะขอจัดงานนี้ที่ไทย ซึ่งก็คงไม่ต้องบอกว่ามาจากที่ไหน บอสก็บอกว่าเราไม่รู้จักใครที่ไหนเลย เชิญใครแล้วใครจะมากัน ? หุหุ ผมก็ว่าจริงนะ ถ้าหากว่าเชิญมาแล้วเราพูดภาษาไทยกันโช้งเช้งอย่างนั้นผมว่าต่างประเทศคงเซ็งไม่ใช่น้อย ยิ่งทำให้มันเกิดภาพลบอีก แฮะ ๆ

ผมกำลังคิดว่าจะทำไงกับเรื่องนี้ดีหนอ ? ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย แต่ก็คิดว่าผมคงต้องเข้าไปร่วมในฟอรั่มต่างประเทศให้มากขึ้นกระมัง (ฮา) ซึ่งเด็ก ๆ ผมก็ทำนะแต่ว่าตอนนี้ไม่ค่อยแล้ว (ขี้เกียจ)

ได้ไปคุยกับคนที่นั่น เค้าก็พูดว่า เฮ้ย คนไทย เล่นเกมออนไลน์กันเยอะนี่ ผมก็ได้แต่บอกว่าเกมที่เค้าเล่นกันน่ะ อิมพอร์ททั้งหมด แถมถ้าไม่ฟรีก็ไม่เล่นอีกต่างหาก ทำเอาฝั่งโน้นอึ้งไปเลย (ไม่ใช่แค่ผมนะที่พูดเรื่องนี้ คนไทยที่นั่นพูดเหมือนกันหมดอีกต่างหาก)

ก็อยากฝากไว้สักนิดละกันว่า ... ถ้าบ้านเรายังคงเป็นแบบนี้ต่อไป วงการเกมเราก็คงจะยังก้าวไม่พ้นก้าวแรกเหมือนเดิม อิอิ