posted on 25 Feb 2008 18:08 by 9tawan in General
บางทีผมก็คิดแบบข้า่งบน ... ไม่สิ บ่อยเลยล่ะ จะบอกว่าผมเกลียดพวกคอสเพลย์มันก็ไม่เชิง แต่ไอ้พวกตากล้องที่ชอบทำตัวกีดขวางการจราจรนี่ ผมทนบ่อยจนไม่อยากอดทนอีกแล้ว
เอาล่าสุดละกัน งาน TGS มี "Pretty" มายืนคอยรับบัตรเข้างาน ประมาณว่าเป็นพนักงานต้อนรับน่ะล่ะ ผมก็ไม่รู้ว่า Organizer คิดยังไง รู้ก็รู้อยู่ว่ามันต้องมีพวกที่ "ไม่เห็นแก่คนอื่น" มายืน "ถ่ายรูป" โดย "ไม่สนใจว่าไอ้คนที่ต่อคิวอยู่ข้างหลังมันคิดยังไง" ผมจะเดินเข้าไปในงาน รออยู่ตั้งนาน มันก็ถ่ายอยู่นั่น จะย้ายไปแถวอื่นก็ใช่ว่าจะไม่เจอ แถมแถวยาวยังกะอะไร ขอโทษนะครับ "เกรงใจ" น่ะ ... รู้จักบ้างมั้ย ?
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเจอ บางที ไปเดินงานการ์ตูน ทางก็แคบนิดเดียว คนก็เยอะ พี่แกก็ดันมาถ่ายรูป พอจะเดินเข้าไปซื้อ มันก็ถ่ายอยู่นั่นล่ะ จะเดินไปก็เดินไม่ได้
หลัง ๆ ผมเริ่มคิดได้ว่า ในเมื่อมันไม่คิดจะเกรงใจเรา แล้วเราจะเกรงใจมันทำไม หลัง ๆ มานี่เวลาเจอพวกถ่ายรูป แล้วผมต้องรอ โดยเฉพาะตอนที่มีคนรออยู่ข้างหลัง ผมก็จะแกล้งทำเป็นพวกสายตาสั้น วิสัยทรรศน์แคบ... ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินตัดหน้า "Model" ที่เค้าถ่ายอยู่ไปเลย แน่นอนว่าพอผมทำมันก็ต้องมีคนนึกว่า เออ เดินไปได้ละ เดินมาตามมา ทำให้การจราจรมันเคลื่อนตัวไปได้ ผมไม่ได้ทำผิดนี่นา
นี่ล่ะคือเหตุผลว่า ทำไม งานใหญ่ ๆ มันถึงมีรอบ "สื่อ" รอบ "ธุรกิจ" แล้วก็รอบ "บุคคลทั่วไป" เพื่อที่จะแยกไม่ให้คนกลุ่มนี้เจอกัน คนเดินมันก็ไม่อยากจะเจอตากล้อง นักธุรกิจก็ไม่อยากเจอคนเยอะ เสียงดัง คุยงานไม่รู้เรื่อง
แน่นอนว่า งานเค้าได้รับผลประโยชน์จากตากล้องที่เข้ามาถ่ายในงาน แล้วอาจจะเอาไปลงสื่อต่าง ๆ อย่างอินเตอร์เนตหรือสื่อสิ่งพิมพ์ แต่หากว่าตากล้องทั้งหลายทำเกินกว่าเหตุเช่นนี้ แล้วคนที่ไหนมันจะอยากมาเดิน พอไม่มีคนมาเดินดู พวกบ.ต่าง ๆ เค้าก็ไม่รู้จะเอาบูทมาลงทำไม สุดท้ายคนที่เสียหายที่สุดก็คือผู้จัด เรื่องแค่นี้ควรจะคิดได้มั้ยล่ะครับ ?
ปล. อย่าบอกว่า "ผมเป็นตากล้อง แต่ผมมีมารยาทนะครับ ทำอะไรเกรงใจคนอื่น" ผมไม่คิดว่ามันฟังขึ้น ตากล้องร้อยทั้งร้อยเห็นภาพมีค่ามากกว่าอย่างอื่นทั้งนั้น ผมเห็นมีแต่คนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเพียงแค่ภาพสวย ๆ ภาพเดียว
posted on 10 Dec 2007 02:41 by 9tawan in General
ชื่อยาวเกินไปแล้วแฮะ ...
สืบเนื่องมาจากอันนี้
ตอนนี้ก็ติดตั้ง Drupal 5.5 ลงไปบนเวปไซท์ทดสอบของผมแล้ว แล้วก็ตั้งค่าอะไรบางอย่างไปบ้างแล้ว จะบอกว่ามันใช้ง่ายกว่าตอนที่ผมทดสอบบน TGDX (ซึ่งนั่นก็ปีกว่าแล้วล่ะมั้ง ?) เยอะทีเดียว
และนี่คือเวปไซท์ทดสอบครับ
Input Method ของ Drupal นั้นเป็น HTML ธรรมดา แต่ว่าตัว App นั้นจะทำการลบ Tag ที่ไม่อนุญาตออกไป ซึ่งผมว่ามันก็ดีตรงที่คนเขียนนั้นก็แค่ทำบน Word เซฟเป็น HTML เปิดด้วย Notepad แล้วก็ก๊อปมาวางได้เลย (ถ้าใครโปรมากก็พิมพ์สดเลยก็ได้นะ)
แต่สำหรับบางคนมันคงยังไม่พอ ก็มีคนทำ Modules สำหรับใส่ WYSIWYG ลงไปด้วย ซึ่งผมเลือกที่จะติดตั้ง FCKEditor โดยที่ไม่มีเหตุผลหรอก (ฮา)
ส่วนเรื่องการทำ Syntax Highlight สำหรับ Source Code ภาษาอื่น ๆ นั้น พอดีว่ามีคนพัฒนาตัว Hilighter บน php ขึ้นมาชื่อว่า GeSHi ซึ่งก็มีคนทำ Modules สำหรับ Drupal เอง และก็มีคนทำ Plugins สำหรับ FCKEditor ด้วย ซึ่งผมเลือกที่จะติดตั้งทั้งสองตัวลงไป
โดยส่วนตัวผมก็ยังคิดว่าการที่ใช้ input แบบ Textarea ธรรมดานั้นน่าจะดีกว่าการใช้ WYSIWYG Editor อยู่ดีในแง่ของการใส่ Source Code ลงไปในบทความ เพราะว่าตัว FCKEditor + Plugin ที่ว่านั้นหลังจากที่ใส่โค๊ดไปแล้วเนี่ย ... มันก็จะกลายเป็น HTML ธรรมดา เมื่อเราแก้ไข Source Code ไปเนี่ย ไอ้ที่เราแก้จะไม่ถูก highlight ตาม
ไม่รู้คนอื่นจะชอบแบบไหนกันนะครับ เดี๋ยววันนี้เย็น ๆ จะลองมาใส่บทความเพิ่มดู
posted on 06 Dec 2007 19:15 by 9tawan in General
อืม ............. อันที่จริงมันเป็นข้อเสนอของคุณ PaePae น่ะครับ จากกระทู้นี้ http://forums.thaigamedevx.com/index.php?topic=1333
โดยความเห็นส่วนตัวก็อยากจะให้ทำ แล้วก็ คิดว่าคุณ Chanon (พระผู้สร้างสูงสุดแห่ง TGDX ) ก็คงสนับสนุนด้วย พวกเราก็คงสามารถที่จะเอา Web Space ส่วนนึงไปทำตรงนี้ได้เลยทันที (เพราะว่าทุกวันนี้ใช้พื้นที่กับ Data Transfer อยู่จึ๋งนึงเอง)
ปัญหาหลักก็คงเป็น Contributor ผมเคยเสนอโมเดล Wiki ไป โดยที่ผมได้รับอำนาจสูงสุดบน Wiki (ก็คือ ทุกคนมีสิทธิที่จะเขียน ลบ แก้ไข บทความต่าง ๆ แต่มีเพียงผมเท่านั้นที่รับหน้าที่เพิ่ม user ในระบบ) ซึ่งผลก็คือว่าไม่ค่อย Active นัก สาเหตุนั้นก็คงแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ ก็คือ
- Contributor ไม่ได้มีสิทธิขาดในบทความที่ตัวเองเขียนแต่เพียงผู้เดียว ทุกคนมีสิทธิที่จะแก้ไขหรือลบบทความได้ทุกเมื่อ
- Syntax ในการเขียนบทความนั้นมันช่างลำบากเหลือ ...
ปัญหาข้อแรกมันเป็นลักษณะเฉพาะของ Wiki อยู่แล้ว ถ้าไปแก้มันก็ไม่ใช่ Wiki - -' ส่วนข้อที่สองนั้นสามารถช่วยได้โดยการขอให้สมาชิกนั้นติดตั้ง OpenOffice.org 2.3.1 (2.3 ก็ทำได้แต่มีปัญหากับภาษาไทย)
คุณ PaePae เสนอความเห็นว่า น่าจะลองใช้โมเดลเดียวกับ Blognone ดู โดยเปลี่ยนจากข่าวไอที เป็นบทความการพัฒนาเกม ผมก็ว่าน่าสนใจดี แต่จุดที่แตกต่างผมว่าก็คงเป็นแค่จุดที่ มีเพียงผู้เขียนและผู้ดูแลเท่านั้นที่สามารถแก้ไขหรือลบบทความทิ้งได้ โมเดลนี้ที่จริงถ้าไปอ่านตามเวปต่างประเทศก็จะพบว่ามีการทำแบบนี้อยู่เหมือนกัน
จุดที่ผมกังวลก็น่าจะเป็น Syntax ในการเขียนบทความ เพราะว่า WYSIWYG Editor ในปัจจุบันนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อย Friendly กับการเขียนบทความที่ต้องแนบ Source Code ลงไปด้วยสักเท่าไหร่ (และมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับโปรแกรมเมอร์) ส่วนการมานั่งใส่ Tag เอง .... ก็ดูลำบากชอบกล สำหรับ Wiki นั้นก็ยังดูจะโชคดีพอสมควรเพราะว่ายังพอจะมี OO.o ช่วย แต่สำหรับ App อื่น ๆ นั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่านะ ?
แล้วก็อีกเรื่องนึงก็คือ การเขียนบทความมันลำบากตรงที่ต้องสร้าง Resource(เช่น ไฟล์ภาพ หรือไฟล์เสียง) ซึ่งบางทีมันก็เป็นเรื่องน่าเบื่อ (โดยเฉพาะการ cap ภาพของเกมที่รันแบบ fullscreen) ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนยอมทำให้หรือเปล่าน่ะครับ
ผมกำลังทดสอบการสร้างเวปแบบนี้ ซึ่งก็คงจะลอก Blognone ไปเลย (คุณ mk หรือ lew มาเห็นแล้วอย่าโกรธนะครับ) คิดว่ากว่าจะเอาให้ใช้งานได้ก็คงลากเลือดไม่ใช่น้อย (ฮา) พอดีว่าเคยเล่นกับ Drupal มาจึ๋งนึง (ตอนที่พยายาม implement ระบบ CMS มาใช้กับ TGDX) ก็ไม่รู้จะออกมาเป็นไง แต่ผมก็นึกไม่ออกว่าจะใช้อะไรดี (Wordpress ? Joomla ? ก็ใช้ Wordpress บนเวปส่วนตัวอยู่นะครับ) ที่จริงจนถึงตอนนี้ผมเพิ่งถึงขั้นตอนการ create database เอง :P แต่ก็คิดว่าภายในสองสามวันนี้ก็น่าจะเห็นอะไรบ้างละ :)
จนถึงตรงนี้ก็คงต้องขอมอบเครดิตให้กับคุณ PaePae และ ทาง Blognone (โดยคุณ Mk และคุณ lew) สำหรับไอเดีย แต่ผมขออนุญาตชิงทำตัวทดสอบก่อนก็แล้วกัน (คุณ PaePae จะโกรธมั้ยเนี่ย ?)