Game

ทุกคนก็คงรู้นะครับว่า ... NDS ของผมน่ะ .. สีขาว

... ขาวแต่ปุ่ม ... เนี่ยนะ 555+ ไม่ใช่แค่ปุ่มหรอกครับ :P

(แผ่นหลังก็ขาวนะเออ 555+)

เรื่องของเรื่องคือ ผมทำกรอบตรงบานพับแตกครับ แล้วก็เลยกลายเป็นว่าจอบนมันโยกได้ ซึ่งน่าหวาดเสียวมาก ก็เลยตัดใจ เปลี่ยนกรอบมันซะเลย 555+  ก็ จริง ๆ ตอนซื้ออยากได้สีอื่น แต่ด้วยความที่มันได้รับความนิยมมาก (ในตอนนั้น) ไปกี่ร้านก็มีแต่สีขาว TT___TT (โดนคนขายต้มด้วยแหละ) ก็เลยได้สีขาวมา คราวนี้มีโอกาสก็ขอเปลี่ยนสีมันซะเลย :P

สั่งกรอบมาจากเวปฮ่องกง ชื่อว่า dealextreme ซึ่งราคาก็ถูกใช้ได้เลย (เช็คราคาเมืองไทยล่าสุด กรอบพันสองกว่า ค่าใส่อีกสามร้อย ..) ไม่ถึงสิบเหรียญสหรัฐดี ก็เลยควักเลย 55 พอสั่งมาเรียบร้อยก็นึกขึ้นได้ว่า ... น๊อตของดีเอสมันเป็นหัวสามแฉก ก็เลยกะว่าจะไปซื้อที่สะพานเหล็ก แต่พอดีมีเหตุให้สั่งของเวปนี้อีกรอบ ก็เลยสั่งไขควงมาตามหลัีง  ซึ่งจริง ๆ ตัวกรอบน่ะมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วโน่น แต่ว่าไขควงเพิ่งถึงเมื่อวานนี้เอง ...

ผมเปลี่ยนกรอบด้วยความทุกลักทุเล ความผิดพลาดอย่างแรกที่เกิดขึ้นก็คือ ... ใส่น๊อตผิด แล้วเนื้อพลาสติกมันอ่อน น๊อตมันก็เลยทะลุออกมาข้างนอกเลย 555 ถ้าลองสังเกตดี ๆ เหนือลำโพงสองข้างจะมีรอยครับ นั่นแหละ รอยที่น๊อตมันทะลุออกมา

ลังจากนั้นก็ อืม ผมเข้าใจว่าโรงงานของปลอมมันผลิตตัวแกนบานพับออกมาไม่ได้ ก็เลยไม่มีติดมาด้วย ก็ต้องถอดอันเก่าออกมาด้วยความลำบาก  :P

ตอนแรก ก็กะว่าด้านล่างจะเอาขาวหมด แล้วข้างบนเป็นสีดำ แต่กลัวว่ามันจะหน้าเกลียด 555 ก็เลยเอาแค่ปุ่มขาวก่อน แต่คิด ๆ ไปไอ้ฝาปิดแบทที่มันให้มามันเห่ยมาก ๆ คือ น๊อตที่ใช้ยึดฝาเป็นแบบธรรมดา (แทนที่จะเป็นแบบยึดติดอยู่กับฝา) แล้วก็เลย ... เออ เอาฝาเดิมมาใช้ดีกว่า สรุปก็ออกมาเจ๋งดีครับ มีสีขาวข้างล่าง คล้าย ๆ พวกสี two-tone อื่น ๆ แต่ตัวนี้เจ๋งตรงที่มันตัดกันสุด ๆ

พอประกอบเสร็จก็มีปัญหาบ้าง touch screen ไม่ติดมั่ง ปุ่มค้างมั่ง ต้องถอด ๆ ใส่ ๆ อยู่นาน แต่สุดท้ายก็เล่นได้ครับ อิอิ  อ้อ จริง ๆ มีปัญหากับบานพับด้วย แต่ตอนนี้ช่างมัน คงแก้ไม่ได้ อิอิ

สุดท้ายให้ดูรูปเปรียบเทียบ ระหว่างกรอบแท้ (ของพี่ชายผม) สีเทาดำ กับกรอบเทียม (ของผม) สีดำขาว

ก็ อ้างอิงจากใครที่ไหนคงไม่ต้องพูดถึงแล้ว เพราะเห็นเขียนกันมากมาย เป็นข่าวครึกโครม ตั้งแต่การประกาศจะโจมตีผู้เล่นเกมนี้ด้วย Serial Number ที่ซ้ำกันเป็นจำนวนมาก ด้วยวิธีต่าง ๆ นา ๆ สารพัด จนถึงการที่จะปิดกิจการบริษัท BigBug ลง

เอาเรื่องแรกก่อน ผมได้มีโอกาสได้อ่านกระทู้ของเวปบอร์ดของบริษัท ซึ่งทาง admin ได้ประกาศว่าตัวเกมได้มีการฝังโค๊ดที่เป็นอันตรายต่อระบบเอาไว้ (ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับโปรแกรมประเภท Trojan) เมื่อโปรแกรมเกมถูกรัน ตัวเกมจะส่งข้อมูล Serial Number กลับไปที่ Server เพื่อบันทึกว่าได้มี Client ที่ใช้ Serial ดังกล่าวได้เปิดโปรแกรมขึ้นมา ถ้าหากทางผู้ดูแลสรุปว่า Serial ที่ใช้นั้นเป็น Serial ที่ได้มาโดยวิธีการมิชอบ ทางผู้ดูแลจะมีสิทธิที่จะทำการส่งคำสั่งเพื่อให้โปรแกรมเกมรันโค๊ดอันตรายดังกล่าวสืบไป

วิธีการที่มีการส่งข้อมูลไป/กลับระหว่างโปรแกรมเกมกับ Server ของผู้ผลิตนั้นเป็นวิธีการที่หลาย ๆ เกมในปัจจุบันได้นำมาปรับใช้เพื่อลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ (ผมยังคงเชื่อว่าคำว่าลิขสิทธิที่ใช้ในตรงนี้เป็นคำที่ไม่ถูกต้อง แต่ว่า ถ้าใช้คำอื่นเดี๋ยวคนอื่นสับสน) แต่ การที่ถึงขั้นฝังโค๊ดที่เป็นอันตรายต่อระบบนั้นเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น การส่งข้อมูลกลับไปยัง Server โดยที่ไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้านั้นก็เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลไปหน่อย (เพราะเราไม่อาจทราบได้ว่าข้อมูลที่ถูกส่งกลับไปนั้นมีข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลด้วยหรือไม่) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายได้ แน่นอนว่าปัญหาอาจจะไม่เกิดในเมืองไทย ที่ซึ่งค่าทำเนียมศาลแพงกว่าผลประโยชน์ที่ได้รับเมื่อชนะคดี (ว่ากันง่าย ๆ ก็ไม่คุ้ม) แต่ถ้าระบบนี้ถูกใช้ในต่างประเทศเมื่อไหร่ อาจจะมีการล้มละลายเกิดขึ้นได้ทีเดียว

จบเรื่องแรก เข้าเรื่องที่สอง ที่ว่า BigBug Studio จะปิดกิจการเนื่องจากเหตุผลง่าย ๆ ว่า ... สินค้าขายไม่ออก ... คงต้องบอกก่อนว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น เอ้อ ... นับไม่ถ้วน (หรือผมขี้เกียจนับ) เกมดี ๆ หลายเกมกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่า HM นั้นจะดับได้เร็วเกินกว่าหลาย ๆ คนคาดการณ์เอาไว้ (หรือเพราะว่าทางบริษัทออกมาประโคมข่าวด้วยล่ะมั้ง ?) สาเหตุเพราะอะไรคุณนิเกะได้แถลงไขไว้อย่างน่าสนใจไปแล้ว ที่นี้มาดูกันว่าเราจะมีปัญหาอย่างไรกับปัญหานี้

ปัญหาเรื่องขายไม่ออกนั้น มีสาเหตุหลักจริง ๆ ก็คือ สินค้าแพงและเป็นของฟุ่มเฟือย แต่ถ้ามองในผู้ขายจริง ๆ ก็คงต้องพูดว่า ผู้บริโภคไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะซื้อหาของมาบริโภคได้ ซึ่งเกิดจากสองปัญหาหลัก ๆ ก็คือ บานเรามีนักเล่นเกม...ค่อนข้างน้อย (ไม่นับพวกเกมออนไลน์เล่นฟรีนะครับ พวกนี้95% เป็นพวกตามกระแสเฉยๆ ไม่ใช่เกมเมอร์แท้ ๆ) แล้วก็ราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ

เรื่องราคาแพงนี่คุณนิเกะพูดไปแล้วเช่นกัน ถามว่าจะลดราคาได้อีกมั้ย ? ผมว่าได้ ที่จริงเวลาเราซื้อเกม เราไม่ได้ซื้อ "เกม" ไปเป็นเจ้าของ สิ่งที่เราได้ก็คือ "สิทธิในการเล่นเกม" หลายคนคงงง "เอ๊ะ ตูซื้อแผ่น FFVII มา ตูก็เป็นเจ้าของเกม FFVII ไม่ใช่เรอะ?" ไม่ใช่ครับ เราได้แค่สิทธิในการเล่นเท่านั้น ถ้าคุณอยู่ดี ๆ เอา VDO ในเกมไปปั้มแผ่นขาย คุณก็อาจโดนฟ้องได้ ซึ่งถ้าคุณเป็นเจ้าของเกมคุณควรจะทำอะไรกับเกมคุณก็ได้ (อยากให้ Aerith ไม่ตายก็เข้าขอให้ SquareEnix เปลี่ยนบทให้ก็ได้ ก็คุณเป็นเจ้าของนี่นา)

อธิบายเรื่องที่ว่า คนซื้อ ซื้ออะไร และได้อะไรไปแล้ว ทีนี้ถ้าจะขายเกม แทนที่เราต้องทำ Package สวยงาม มีคู่มือเรียบร้อย ซึ่งจะไปเพิ่มค่าใช้จ่ายทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น (โดยไม่จำเป็น... สำหรับหลาย ๆ คน) เราสู้ปล่อยให้เขาลงทะเบียนบนเวป ขายบนเวป อาจจะพอลูกค้าโอนเงินมาให้เราแล้วค่อยส่ง URL สำหรับดาวน์โหลด client และ Serial Number ซึ่งเป็นสิ่งที่ Application ปกติทำกันมานานแล้ว ส่วน Package นั้นก็อาจจะทำพิเศษสำหรับคนที่ต้องการเก็บสะสม ซึ่งก็ทำแค่จำนวนน้อย ๆ ก็พอแล้วก็ขายผ่านอินเตอร์เนทเช่นกัน

แต่แน่นอนว่าการขายเองนั้นเป็นช่องทางที่ค่อนข้างแคบ มีคนเคยพยายามทำเวปเพื่อสร้างช่องทางการขายเกมมามาก แต่ก็ล่มไปทุกโครงการ ดังนั้นสิ่งที่น่าจะง่ายกว่าการเพิ่มช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพราะช่องทางมีอยู่มากอยู่แล้ว

จบเรื่องราคาไปแล้ว มาเรื่องจำนวนคนเล่น ... คนเล่นบ้านเราน้อยถึงน้อยมาก ๆ ดังนั้นถ้าจะหวังเพิ่งคนกลุ่มนี้ ก็คงไม่วายเจ๊งเหมือนเดิม จุดที่พอจะช่วยได้ก็คงต้องเป็นการทำ Localize ภาษาอื่นเพื่อขายลูกค้าในต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า...จำนวนลูกค้ามากขึ้น แต่จำนวนคู่แข่งก็มากเช่นกัน ดังนั้นจุดนี้จึงเป็นการวัดศักยภาพของตัวเกมอย่างแท้จริง ส่วนจะ Localize ไปภาษาไหนนั้นขอให้ดูก่อนว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ไหน ถ้าหากทำเกม RPG แบบ FF ไปเป็นภาษาอังกฤษอาจจะต้องม้วนเสื่อกลับบ้านก่อนเวลาอันควรได้ (ฮา) เกม RPG เหมาะกับคนเอเซียมากกว่า (อาจจะเป็นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ... Localize ยากหมดเลยแฮะ) แต่ก็อีกนั่นแหละถ้าทำเกมให้เข้ากับกลุ่มลูกค้า ... คู่แข่งก็จะเยอะตามตัวไปด้วย ก็ต้องทำการบ้านมาให้ดี

ขอจบแค่นี้ดีกว่า ในฐานะคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรนักก็ขอฝากเอาไว้แค่นี้แล้วกัน พูดมากกว่านี้คงไม่ดี แฮะๆๆ

edit @ 5 Mar 2008 20:11:30 by นายตาหวาน

เรื่องที่ไม่คาดคิด @ TGS

posted on 24 Feb 2008 21:55 by 9tawan in Game

TGS ที่ว่านี้ ถึงมันจะบังเอิญไปพ้องกับ "Tokyo Game Show" แต่ระดับมาต่างกัน ... เอ ... เอาคร่าว ๆ นะครับ น่าจะสักสิบเท่า (อันนี้ประมาณเอา เพราะไม่เคยไป Tokyo Game Show) เอาเป็นว่า มันคือ Thailand Game Show ก็แล้วกัน

ปีนี้ก็ยังคง เอ่อ ... เหมือนเดิม ทั้งเรื่องตากล้องหื่นถ่ายรูปไม่ดูกาลเทศะ (ว่าชาวบ้านเขารอจะเดินไปกี่คน) ทั้งเรื่อง ... เอ้อ ช่างมันเถอะครับ อยากด่าแค่ข้างบนเท่านั้นล่ะ ไม่รู้ทำไมชอบถ่ายรูปโดยไม่สนใจชาวบ้านบ้าง แล้วเมื่อไหร่ไอ้งานแบบนี้มันจะมีรอบสื่อมวลชนซะที (ปกติงานเกมโชว์เขาจะไม่อนุญาตให้เอากล้องถ่ายรูปเข้าไปในงานน่ะครับ) ปีนี้ผมเข้าไปในฐานะที่เป็นคนเดินในงานธรรมดา ไม่ใช่เป็นสตาฟอยู่บูทเหมือนปีที่แล้ว (แต่ปีที่แล้วก็ไม่ได้อยู่หรอก ฮ่าๆ) เพราะผมลาออกจากที่ Sanuk แล้วน่ะครับ

ผมเริ่มจากเดินบริเวณรอบ ๆ งาน แล้วก็ไปโซน C ชั้นล่าง ไม่ไกลจากทางเข้านัก ผมเห็น ... บูท ... ก็ไม่เชิงว่าเป็นบูทซะทีเดียว มันเป็นโต๊ะที่ตั้งวางอยู่หน้าเสา มี Stand วางโชว์ presentation บนบอร์ด ผมไม่รู้ว่าทาง Organizer เค้าคิดยังไง (คือ Organizer รายนี้ปกติก็มีแต่คนเขาด่าอยู่แล้ว ตั้งแต่ทิ้งงาน บลา ๆๆ) แต่ที่แน่ ๆ มันดูไม่ดีเอาซะเลย ความผิด Organizer แท้ ๆ 

ผมเห็นว่ามันก็อืม ... ดูแล้วก็น่าสนใจดี ก็เลยเดินเข้าไปดู เข้าไปคุยนิดหน่อย เค้าเอาเกม FPS ที่พัฒนาเอง ชื่อว่าอะไร... จำไม่ได้ (ชื่อจำยากจริงๆ) มาโชว์ ตอนที่ผมเข้าไปดูก็เห็นว่ากำลังโชว์ตัว VDO อยู่ ผมก็เลยถามเขาว่ามีตัวที่เล่นได้มั้ย  เขาก็ใจดีเปิดให้ผมดู (คือ เค้าเปิดขึ้นมาแล้วก็เล่นให้ผมดู) ผมก็ว่าน่าสนใจทีเดียว แต่ เท่าที่เห็นผมว่า ตัวเกมเขาล้าหลังไปราว ๆ เอ่อ ... ผมให้สักแปดปีแล้วกัน (ตอนที่ผมดูภาพผมเทียบกราฟิคกับ UT03 ไม่รู้ว่าจะโหดร้ายไปมั้ยน่ะครับ) แน่นอนว่ายังพัฒนาอยู่ ผมคงให้คอมเมนท์ไม่ได้มาก 

ผมพูดในฐานะ(ที่เคยเป็น)คนทำเกมไปแล้ว กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า จุดประสงค์ของบูทนั้นไม่ได้เป็นการนำเกมไปขาย (อย่างที่บูทส่วนใหญ่เขาทำกัน) แต่เป็นการไปมองหา "นักลงทุน" ที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะมาเป็น "ผู้สนับสนุน" โปรเจคของเขา ซึ่งผมขอชมเลยว่ากล้าดี เพราะคนที่จะทำแบบนี้นั้นมีน้อยมาก ๆ (ผมหมายถึงมาหานักลงทุนกันในงานเอาเกมมาโชว์ เอาของมาขายเนี่ย หายากนะครับ)  แต่ การที่จะทำเช่นนี้ แค่การนำตัวเกม (ที่ยังไม่เสร็จดี) ไปเสนอ มันคงไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุน  ไม่รู้สิผมไม่ได้ถามถึงเรื่องนี้มากนักเพราะลำพังแค่เงินเลี้ยงตัวเองยังไม่มีเลย ผมคิดว่าน่าจะมีแผนธุรกิจ พร้อมกับเอกสารอื่น ๆ มาประกอบ (ผมว่าผมเคยเห็นของบริษัทเก่าผมนะ) เพราะว่านักลงทุนเขาคงไม่สนใจหรอกว่าเกมมันจะเจ๋งแค่ไหน (ถ้ามันไม่เจ๋งจริง) แต่เขาจะมองแค่ว่ามันจะสร้างผลกำไรให้เขาได้แค่ไหน ก็เขาเป็นนักลงทุนนี่ครับ ไม่ใช่นักบริจาค

 ยิ่งถ้ามองในมุมมองของนักลงทุน ผมว่า เขาน่าจะสนใจที่จะลงทุนกับคนที่มี Credit ดี เป็นคนที่เคยมีผลงานเป็นที่ยอมรับมาแล้ว (ยกตัวอย่างก็ คุณ นุสรณ์ พจน์พิพัฒน์ ที่ปัจจุบันได้คุม PlayPal ที่เห็นว่าตอนนี้มีเกมอย่าง Summoner Master Online) มากกว่า ซึ่งนั่นเป็นข้อเสียเปรียบมาก ๆ สำหรับน้อง ๆ (น่าจะไม่ผิดนะ) กลุ่มนี้ คือ นักลงทุนนั้น เขาก็ไม่เสี่ยงกับคนที่ไม่รู้หน้าค่าตามาก่อนอยู่แ้ล้วน่ะครับ ถ้าเขาจะเสี่ยงทุ่มเงิน เขาก็ควรจะทุ่มไปกับคนที่ดูดี แม้ว่าเขาอาจจะต้องเสียเงินมากหน่อย แต่ความเสี่ยง(ในความคิดของนักลงทุน) มันย่อมต่ำกว่าอยู่แล้ว

กลับมามองในมุมคนทำเกมต่อ เท่าที่เห็น (ว่าเขาเอาโค๊ดมากางโชว์ในงาน) คิดว่า น้องเขาพัฒนาเกมนี้ขึ้นเองด้วยตัวเองตั้งแต่ 0 ซึ่ง แน่นอนว่ามันดีในฐานะนักพัฒนาเกม เพราะว่าคนที่ำทำเองทั้งหมดนั้นจะมีความรู้พื้นฐานแน่นกว่าคนที่ใช้เอนจินมาตั้งแต่ต้น แต่อย่าลืมนะครับว่าในโลกธุรกิจตอนนี้ ถ้าหากว่ามาทำ Engine ด้วยลำพังตัวเอง การที่จะตามเกมอื่นที่ใช้ Engine สำเร็จได้นั้นค่อนข้างยากทีเดียว  ยิ่งเราเป็นเจ้าใหม่ในวงการก็ยิ่งลำบาก ขนาดบริษัทเกมยักษ์ใหญ่อย่าง SquareEnix ยังประกาศว่าจะใช้ Engine ของตัวเองกับ FFXIII เป็นเกมสุดท้ายเลย (หลังจากซื้อสุดยอด Engine อย่าง UE3 มา) โดยส่วนตัว (คิดอย่างคนที่ไม่ใช้ Engine เหมือนกัน) คิดว่า ถ้าจะทำเกมให้ได้ระดับนี้โดยที่ใช้ Engine สำเร็จอย่าง Touque คิดว่าแค่ประมาณสองเดือนก็น่าจะทำได้ระดับเดียวกับที่้น้องเค้าเอามาโชว์ (ซึ่งผมคิดว่าน่าจะพัฒนามาได้นานแล้ว ดูจากที่เขายังคงใช้ VC++6 อยู่)

สรุป ผมชอบน้องกลุ่มนี้นะ กล้าดี คืออย่างน้อย ๆ มันก็ดีแต่คนที่เอาแต่ฝันแต่ไม่ทำอะไรสักที (อย่างผม ฮ่าๆๆ) แต่ว่าผมคิดว่าในครั้งนี้โอกาสที่จะประสพความสำเร็จนั้นต่ำมากทีเดียว (โดยเฉพาะที่แอบได้ยินราคามา โดยเ่ทียบกับราคาของคนอื่น ๆ ที่เคยได้ยินมา) แต่มันก็นั่นแหละ ความเป็นไปได้ก็พอจะมีอยู่ แล้วก็ ถึงครั้งนี้จะพลาด ก็ใช่ว่าโลกจะแตกพรุ่งนี้น่ะนะ

 ก็สู้ ๆ ต่อไปละกัน