วิธีจัดการความเหงา ... ที่ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่ ฮะๆๆ
posted on 22 Apr 2007 21:04 by 9tawan in General
หลาย ๆ คนมักจะคิดว่าผมเป็นคนเพื่อนเยอะ เพราะเวลาจะไปไหน จะทำอะไร ก็มักจะเอา "เพื่อน" มาอ้างเสมอ ...
ที่จริง คนที่ผมพอจะเรียกว่า "เพื่อน" ได้นั้น มีอยู่หยิบมือเดียวเอง ถ้าไม่นับไอ้บ้าที่ใส่หน้ากากที่มีรูปนี้วชี้ชี้ขึ้นข้างบนน่ะนะ (เรื่องอะไรก็คิดเองละกัน อิอิ)
ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเกิดอาการเหงา ๆ หรือ ในบางครั้งที่ผิดหวังอะไรก็ตาม อืม ... วิธีที่ผมมักจะทำก็คงเป็นการ "เดิน" แต่ ไม่ใช่เดินไร้สติเลื่อนลอย ย้ำคิดย้ำทำอยู่กับสิ่งที่ทำให้ตัวเองเหงา หรือ ทำให้ผิดหวังหรอกนะครับ แต่เป็นการเดินชม "กระแส" ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ ตัวเรา แน่นอนว่าคุณต้องดูการจราจรด้วยเพราะมันก็เป็นกระแสอย่างนึงเหมือนกัน (และมันทำให้คุณเดินได้อย่างปลอดภัย ...)
หลาย ๆ ครั้งที่ผมมักจะเดินไปพร้อมกับการฟังเพลง ซึ่งแน่นอนมันไม่ใช้วิธีที่ปลอดภัยเลย แล้วที่สำคัญก็คือเวลาที่คุณกำลังเศร้า อย่าเปิดเพลงเศร้าคลอตามเด็ดขาด!!! เพราะคุณจะเศร้าหนักกว่าเิดิม และคุณจะโฟกัสไปยังไอ้เนื้อเพลง ... ซึ่งอาจจะทำให้คุณไม่สนใจถึงสิ่งรอบข้างด้วย อาจจะทำให้ประสพอุบัติเหตุได้
ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เพลงแจ๊สบรรเลงเบา ๆ (ประเภท Smooth Jazz) ก็ลองฟังเพลงช้า ๆ ที่มีเนื้อหาในด้านบวกมาฟัง โดยจะดีมากถ้าไม่ใช่เพลงรัก ... (ตัดไปได้อีก 80% ของเพลงบนโลกนี้) ถ้าคุณคิดว่าคุณสามารถเดินได้โดยไม่ถูกรถชน ก็ลองฟังเพลงแล้วเดินตามจังหวะของเพลงดู เดินโยก ๆ นิดนึงก็ได้ไม่เป็นไร (อาจจะดูน่าเกลียดแฮะ ฮะๆ) หรือถ้ากรณีผม ผมอาจจะร้องลิปซิงค์ตามด้วย (ซึ่งเหมือนคนบ้ามากกว่าอีก)
แต่จะดีกว่านั้นถ้าไม่ัฟังเลย :)
มาต่อกันที่เดิน ผมมักจะตั้งเส้นทางเอาไว้ ไม่ใช่เดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย (เพลงคุ้น ๆ เนอะ ?) ถ้าคุณคิดว่าหน้าร้อนแบบนี้ไม่อยากตากแดด คุณก็ไปเดินห้างก็ได้ (ปลอดภัยกว่าด้วย) เส้นทางที่ผมมักจะเดินก็มักจะเป็นถนนที่ดูปลอดภัย และ สว่างนิดนึง อย่างเช่น สีลม หรือถ้าเป็นกลางวันคุณอาจจะไปเดินในถนนสายที่มีต้นไม้ครื้มก็ได้ หลาย ๆ ครั้งที่ผมมักจะเดินบนถนนราชดำริ แต่แน่นอนว่าในเคสนี้ไม่แนะให้เดินตอนกลางคืน (เนื่องจากต้นไม้จะหายใจในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน ทำให้มีคาบอนไดออกไซด์มากกว่า คุณเดิน ๆ ไปอาจจะเหนื่อยเร็วขึ้น และหายใจไม่ออก)
ตามปกติแล้วผมจะเดินไม่ไกลมากนัก อย่างเช่น สีลม ผมอาจจะเดินจากสีลมคอมเพล็กซ์ ไปถึงแยกที่ตัดกับถนนนราธิวาชราชนครินทร์ แล้วเดินย้อนกลับไปที่เดิม หรือ อาจจะเป็น เดินจากสวนลุม ไปถึงห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นต้น
จุดประสงค์หลักของการเดินนั้น ไม่ใช่เรื่องสุขภาพ เรื่องพลกำลังผมแย่ถึงแย่มาก ๆ เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ ผมเดินเพื่อที่จะดูกระแสรอบข้าง ซึ่งอาจจะสร้างกำลังใจให้เราเกิดขึ้น หรืออาจจะทำให้เราปลงได้ ซึ่งไอ้กระแสที่ว่านั้นจะมีอิทธิพลที่ไม่แน่นอนเท่าไหร่หรอกครับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็ทำให้เรามีความสุขขึ้นมาได้
ถ้านึกไม่ออกว่าจะเดินสายไหน ลองเริ่มจาก เอ .... ซอยคอนแวนท์ ตอนประมาณรร.เลิก เดิน ๆ ไปคุณอาจจะเห็นกระแสที่คุณสนใจก็ได้นะ ... (แต่นั่นหมายถึงอะไรก็ลองคิดดูเอา ...) ไอ้ซอยนี้น่ะผมไม่เคยเดินเพื่อดูกระแสหรอก แต่ผมไปหาพี่สาวผมที่ทำงานอยู่อีกตึกนึงที่อยู่ตรงปลายอีกด้านของซอย ฝั่งสาทรน่ะครับ แต่ก็บางทีก็เหล่บ้างเหมือนกัน ฮะๆๆ
ถ้าไม่ชอบซอยคอนแวนท์ ไปซอยหลังสวน (เชื่อมต่อระหว่างสุขุมวิท กับถ.วิทยุ หรือราชดำริ) แทนก็ได้ครับ ให้ผลคล้าย ๆ กัน (ฮา) ...
สองอันบนนี้ล้อเล่นนะ :)
ที่จริง คนที่ผมพอจะเรียกว่า "เพื่อน" ได้นั้น มีอยู่หยิบมือเดียวเอง ถ้าไม่นับไอ้บ้าที่ใส่หน้ากากที่มีรูปนี้วชี้ชี้ขึ้นข้างบนน่ะนะ (เรื่องอะไรก็คิดเองละกัน อิอิ)
ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเกิดอาการเหงา ๆ หรือ ในบางครั้งที่ผิดหวังอะไรก็ตาม อืม ... วิธีที่ผมมักจะทำก็คงเป็นการ "เดิน" แต่ ไม่ใช่เดินไร้สติเลื่อนลอย ย้ำคิดย้ำทำอยู่กับสิ่งที่ทำให้ตัวเองเหงา หรือ ทำให้ผิดหวังหรอกนะครับ แต่เป็นการเดินชม "กระแส" ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ ตัวเรา แน่นอนว่าคุณต้องดูการจราจรด้วยเพราะมันก็เป็นกระแสอย่างนึงเหมือนกัน (และมันทำให้คุณเดินได้อย่างปลอดภัย ...)
หลาย ๆ ครั้งที่ผมมักจะเดินไปพร้อมกับการฟังเพลง ซึ่งแน่นอนมันไม่ใช้วิธีที่ปลอดภัยเลย แล้วที่สำคัญก็คือเวลาที่คุณกำลังเศร้า อย่าเปิดเพลงเศร้าคลอตามเด็ดขาด!!! เพราะคุณจะเศร้าหนักกว่าเิดิม และคุณจะโฟกัสไปยังไอ้เนื้อเพลง ... ซึ่งอาจจะทำให้คุณไม่สนใจถึงสิ่งรอบข้างด้วย อาจจะทำให้ประสพอุบัติเหตุได้
ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เพลงแจ๊สบรรเลงเบา ๆ (ประเภท Smooth Jazz) ก็ลองฟังเพลงช้า ๆ ที่มีเนื้อหาในด้านบวกมาฟัง โดยจะดีมากถ้าไม่ใช่เพลงรัก ... (ตัดไปได้อีก 80% ของเพลงบนโลกนี้) ถ้าคุณคิดว่าคุณสามารถเดินได้โดยไม่ถูกรถชน ก็ลองฟังเพลงแล้วเดินตามจังหวะของเพลงดู เดินโยก ๆ นิดนึงก็ได้ไม่เป็นไร (อาจจะดูน่าเกลียดแฮะ ฮะๆ) หรือถ้ากรณีผม ผมอาจจะร้องลิปซิงค์ตามด้วย (ซึ่งเหมือนคนบ้ามากกว่าอีก)
แต่จะดีกว่านั้นถ้าไม่ัฟังเลย :)
มาต่อกันที่เดิน ผมมักจะตั้งเส้นทางเอาไว้ ไม่ใช่เดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย (เพลงคุ้น ๆ เนอะ ?) ถ้าคุณคิดว่าหน้าร้อนแบบนี้ไม่อยากตากแดด คุณก็ไปเดินห้างก็ได้ (ปลอดภัยกว่าด้วย) เส้นทางที่ผมมักจะเดินก็มักจะเป็นถนนที่ดูปลอดภัย และ สว่างนิดนึง อย่างเช่น สีลม หรือถ้าเป็นกลางวันคุณอาจจะไปเดินในถนนสายที่มีต้นไม้ครื้มก็ได้ หลาย ๆ ครั้งที่ผมมักจะเดินบนถนนราชดำริ แต่แน่นอนว่าในเคสนี้ไม่แนะให้เดินตอนกลางคืน (เนื่องจากต้นไม้จะหายใจในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน ทำให้มีคาบอนไดออกไซด์มากกว่า คุณเดิน ๆ ไปอาจจะเหนื่อยเร็วขึ้น และหายใจไม่ออก)
ตามปกติแล้วผมจะเดินไม่ไกลมากนัก อย่างเช่น สีลม ผมอาจจะเดินจากสีลมคอมเพล็กซ์ ไปถึงแยกที่ตัดกับถนนนราธิวาชราชนครินทร์ แล้วเดินย้อนกลับไปที่เดิม หรือ อาจจะเป็น เดินจากสวนลุม ไปถึงห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นต้น
จุดประสงค์หลักของการเดินนั้น ไม่ใช่เรื่องสุขภาพ เรื่องพลกำลังผมแย่ถึงแย่มาก ๆ เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ ผมเดินเพื่อที่จะดูกระแสรอบข้าง ซึ่งอาจจะสร้างกำลังใจให้เราเกิดขึ้น หรืออาจจะทำให้เราปลงได้ ซึ่งไอ้กระแสที่ว่านั้นจะมีอิทธิพลที่ไม่แน่นอนเท่าไหร่หรอกครับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็ทำให้เรามีความสุขขึ้นมาได้
ถ้านึกไม่ออกว่าจะเดินสายไหน ลองเริ่มจาก เอ .... ซอยคอนแวนท์ ตอนประมาณรร.เลิก เดิน ๆ ไปคุณอาจจะเห็นกระแสที่คุณสนใจก็ได้นะ ... (แต่นั่นหมายถึงอะไรก็ลองคิดดูเอา ...) ไอ้ซอยนี้น่ะผมไม่เคยเดินเพื่อดูกระแสหรอก แต่ผมไปหาพี่สาวผมที่ทำงานอยู่อีกตึกนึงที่อยู่ตรงปลายอีกด้านของซอย ฝั่งสาทรน่ะครับ แต่ก็บางทีก็เหล่บ้างเหมือนกัน ฮะๆๆ
ถ้าไม่ชอบซอยคอนแวนท์ ไปซอยหลังสวน (เชื่อมต่อระหว่างสุขุมวิท กับถ.วิทยุ หรือราชดำริ) แทนก็ได้ครับ ให้ผลคล้าย ๆ กัน (ฮา) ...
สองอันบนนี้ล้อเล่นนะ :)
อืมม์ ในฝันนี่มีความสุขดีจริง ๆ
ส่วนใหญ่จะเป้นอะไรที่ทำกะคนอื่นๆ ให้ตัวเองได้หัวเราะได้อย่างเต็มที่ สนุกได้อย่างเต็มที่
เหมือนเวลาเหงาๆ คือเวลาที่แบตใกล้จะหมด เลยต้องไปชาร์ตไฟ ด้วยการยิ้ม การหัวเราะกะเพื่อนๆเยอะๆ แบบนี้ก็ช่วยได้เหมือนกันน้า ^^
#1 By ata ^^ (124.120.149.85) on 2007-04-22 21:17