กำลังคิดจะเปลี่ยนงานล่ะ
posted on 16 Jan 2007 01:23 by 9tawan in Computer
อืม ... ไม่ได้กำลังคิดหรอก ที่จริงผมยื่น Resume ไปสองสามที่แล้ว ... ท่าทางว่าจะไม่ตอบรับแล้วหนึ่งที่ด้วยล่ะ (ฮา)
มันมีเหตุผลนิดหน่อย คือ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบงานที่ทำอยู่ แต่ว่ามันไกลบ้านผม ไกลเอามาก ๆ ผมไม่ได้มีอาการคิดถึงบ้าน หรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะครับ เป็นห่วงแม่น่ะ คือ ผมก็เห็นว่าแม่ผมแข็งแรงดี แต่ระยะหลังเหมือนมันมีสัญญาณอะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา ก็เลยคิดว่าน่าจะย้ายงานไปใกล้ ๆ บ้านหน่อย หรืออย่างน้อยก็เอาให้มันไปมาหาสะดวก ไปถึงได้ในหนึ่งชม. เวลามีอะไรจะได้กลับมาบ้านได้
อีกเหตุผลนึงคือ ที่ทำงานปัจจุบันผมเนี่ย ... พอเลิกงานแล้วจะทำอะไรไม่ได้เลย จะไปเรียนโทก็ไม่มีทางไปทัน (คณะที่จะลงก็ไม่เปิดวันเสาร์-อาทิตย์) จะเรียนญี่ปุ่นต่อก็ไม่มี จะเรียนเปียโนก็ไม่มี อะไรงี้แหละ (ที่จริงมันก็มีแต่ผมหาไม่เจอเอง) อย่างน้อย ๆ ก็อยากจะมีอิสระอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าเลิกงานก็กลับบ้านนอน เหมือนกับแรงงานทาสยังไงยังงั้น
สุดท้ายก็คือ ไม่เชิงว่ามีปัญหากับผู้ร่วมงาน ... แต่ไม่ค่อยชอบนิสัยเท่าไหร่ อันนี้เหตุผลเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เอามารวมด้วย (จะได้ดูเหมือนเป็นคนมีเหตุผล) คือ ผมไม่ค่อยชอบฝรั่งที่ทำงานที่เป็นซีเนียร์ที่บ.เท่าไหร่ คือ แกชอบว่าคนอื่น แต่ตัวเองเป็นเอง ชอบทำตัวมีความรู้ แต่ที่จริงไม่รู้ อะไรงี้น่ะครับ ดีว่าแกมีประสพการณ์ ผมก็ขโมยแนวคิดแกมาใช้เยอะเหมือนกัน ยังไงก็ขอบคุณนะ หึหึ
แกเคยเตะคอม สาย SATA หลุด แล้วมาโวยวายบอกว่าติดไวรัส แล้วบอกว่าเป็นไวรัสพวกรัชเซีย เพราะว่าพิมพ์ภาษาอังกฤษผิด ผมก็พยายามบอกเขาว่าเนี่ยมันเป็น BIOS ของ SATA มันฟ้องว่าไม่เจอ Device แล้วไอ้ไบออสเนี่ยมันของ VIA ซึ่งเป็นบ.ไต้หวัน พิมพ์ภาษาอังกฤษผิดน่ะมันปกติเฟ้ย (แล้วอังกฤษแกก็ไม่ใช่อังกฤษแท้นะเฟ้ย ไอ้อเมริกัน) มันก็โวยวาย ๆ จนกระทั้งผมเซ็ง เดินไปปิดคอมมัน แล้วก็ต่อสายให้แน่น เท่านั้นแหละมันก็ใช้ได้ ... มันโง่หรือมันบ้าฟะ ?
ใครอ่านแล้วอย่าเห็นว่ามันเป็นฝรั่งแล้วจะเก่งนะครับ เหอะ ๆ ส่วนไอ้บ้านี่ชื่ออะไร ... ถามหลังไมค์ละกัน
เอาไว้หมดโปรเจค NDS ความฝันผมก็เป็นจริงละ ดังนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องทำความฝันอย่างเอาเป็นเอาตายอีก ต่อไปก็แค่ทำหน้าที่ลูกที่ดีให้พ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องมากังวลว่าไอ้บ.ที่ลูกอยู่มันจะเจ๊งเมื่อไหร่ ไปทำงานที่มันมั่นคงซะที ส่วนความฝันก็ยังทำต่อไป แต่ไม่ใช่ 1st Priority เท่านั้นเอง
มันมีเหตุผลนิดหน่อย คือ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบงานที่ทำอยู่ แต่ว่ามันไกลบ้านผม ไกลเอามาก ๆ ผมไม่ได้มีอาการคิดถึงบ้าน หรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะครับ เป็นห่วงแม่น่ะ คือ ผมก็เห็นว่าแม่ผมแข็งแรงดี แต่ระยะหลังเหมือนมันมีสัญญาณอะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา ก็เลยคิดว่าน่าจะย้ายงานไปใกล้ ๆ บ้านหน่อย หรืออย่างน้อยก็เอาให้มันไปมาหาสะดวก ไปถึงได้ในหนึ่งชม. เวลามีอะไรจะได้กลับมาบ้านได้
อีกเหตุผลนึงคือ ที่ทำงานปัจจุบันผมเนี่ย ... พอเลิกงานแล้วจะทำอะไรไม่ได้เลย จะไปเรียนโทก็ไม่มีทางไปทัน (คณะที่จะลงก็ไม่เปิดวันเสาร์-อาทิตย์) จะเรียนญี่ปุ่นต่อก็ไม่มี จะเรียนเปียโนก็ไม่มี อะไรงี้แหละ (ที่จริงมันก็มีแต่ผมหาไม่เจอเอง) อย่างน้อย ๆ ก็อยากจะมีอิสระอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าเลิกงานก็กลับบ้านนอน เหมือนกับแรงงานทาสยังไงยังงั้น
สุดท้ายก็คือ ไม่เชิงว่ามีปัญหากับผู้ร่วมงาน ... แต่ไม่ค่อยชอบนิสัยเท่าไหร่ อันนี้เหตุผลเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เอามารวมด้วย (จะได้ดูเหมือนเป็นคนมีเหตุผล) คือ ผมไม่ค่อยชอบฝรั่งที่ทำงานที่เป็นซีเนียร์ที่บ.เท่าไหร่ คือ แกชอบว่าคนอื่น แต่ตัวเองเป็นเอง ชอบทำตัวมีความรู้ แต่ที่จริงไม่รู้ อะไรงี้น่ะครับ ดีว่าแกมีประสพการณ์ ผมก็ขโมยแนวคิดแกมาใช้เยอะเหมือนกัน ยังไงก็ขอบคุณนะ หึหึ
แกเคยเตะคอม สาย SATA หลุด แล้วมาโวยวายบอกว่าติดไวรัส แล้วบอกว่าเป็นไวรัสพวกรัชเซีย เพราะว่าพิมพ์ภาษาอังกฤษผิด ผมก็พยายามบอกเขาว่าเนี่ยมันเป็น BIOS ของ SATA มันฟ้องว่าไม่เจอ Device แล้วไอ้ไบออสเนี่ยมันของ VIA ซึ่งเป็นบ.ไต้หวัน พิมพ์ภาษาอังกฤษผิดน่ะมันปกติเฟ้ย (แล้วอังกฤษแกก็ไม่ใช่อังกฤษแท้นะเฟ้ย ไอ้อเมริกัน) มันก็โวยวาย ๆ จนกระทั้งผมเซ็ง เดินไปปิดคอมมัน แล้วก็ต่อสายให้แน่น เท่านั้นแหละมันก็ใช้ได้ ... มันโง่หรือมันบ้าฟะ ?
ใครอ่านแล้วอย่าเห็นว่ามันเป็นฝรั่งแล้วจะเก่งนะครับ เหอะ ๆ ส่วนไอ้บ้านี่ชื่ออะไร ... ถามหลังไมค์ละกัน
เอาไว้หมดโปรเจค NDS ความฝันผมก็เป็นจริงละ ดังนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องทำความฝันอย่างเอาเป็นเอาตายอีก ต่อไปก็แค่ทำหน้าที่ลูกที่ดีให้พ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องมากังวลว่าไอ้บ.ที่ลูกอยู่มันจะเจ๊งเมื่อไหร่ ไปทำงานที่มันมั่นคงซะที ส่วนความฝันก็ยังทำต่อไป แต่ไม่ใช่ 1st Priority เท่านั้นเอง
เห็นด้วยกับที่ว่าทำงานเสร็จแล้วไ่ม่ได้ทำอะไรผ่อน
คลายต่อนี่มันเหมือนแรงงานทาสจริงๆน่ะแหละ ส่วนเรื่องคุณแม่ก็ขอให้สัญญาณนั่นผิดพลาดละกันนะ
แต่ยังไงอยู่ใกล้ไว้ก็อุ่นใจกว่า :) ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นมาแล้วไปไม่ทันโทษตัวเองภายหลัง
ยังไงไม่ว่าเลือกทางไหนก็ขอให้ได้ไปในทางที่ดีนะคะ
#1 By = HIMA = on 2007-01-16 11:24