กระทรวง ICT กับเรื่องดี ๆ ที่ถูกนำไปทิ้งถังขยะ
posted on 19 Nov 2006 03:30 by 9tawan in Computer
พอดีว่าเพิ่งได้รู้ว่า โครงการ OLPC นั้น ในเมืองไทยถูกพับไปแล้ว !
ผมว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างมากเลยนะ กับไอ้คอมพิวเตอร์ราคาสี่พันกว่าบาทเนี่ย สำหรับเด็ก ๆ แล้ว ถึงเงินสี่พันจะยังเป็นเงินมากโข แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามันมากกว่านั้นมาก
ผมโชคดีว่า คุณลุงผมท่านเป็นวิศวกร ท่านจึงมีความสนใจด้านเครื่องยนต์กลไก อิเล็กทรอนิก และคอมพิวเตอร์ ท่านซื้อ Computer AMD386 33MHz มาเครื่องหนึ่ง แต่ด้วยความที่ไม่ได้ใช้ท่านเลยยกให้ผม
ถ้าหาก เมื่อสิบสองปีที่แล้ว ผมไม่ได้เล่นเจ้าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าป่านนี้จะได้มาเป็นโปรแกรมเมอร์หรือเปล่า ผมอาจจะไปเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ ทำงานไปวัน ๆ ก็ได้
แต่ใครจะมีโอกาสแบบผม เด็กทุกคนไม่ได้มีโอกาสแบบผมเสมอไป ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์ราคาถูกลง แต่ก็ยังคงเป็นราคาที่สูงเมื่อพ่อแม่ต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะพ่อแม่ในต่างจังหวัด การที่เด็กพวกนี้ไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขานั้นโง่ ไร้การศึกษา แต่ การที่มีมันก็ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับพวกเขาได้มากขึ้น
กลับมาดูที่คอมพิวเตอร์ทุกวันนี้ มี CPU3GHz มีแรม 1024GB Harddisk กว่า 300GB เมื่อเทียบกับสมัยที่ผมเล่นคอมแรก ๆ CPU 33MHz แรม 4MB Harddisk 120MB จะเห็นว่าต่างกันชัดเจน แต่คนสมัยนี้นอกจากเล่นเกมแล้ว ประมาณ 90% กว่า ๆ ยังคงใช้ Computer เพื่อจุดประสงค์เดิม เหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทั้งการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ การทำตารางคำนวน การทำสื่อนำเสนอ อาจจะมีมากกว่านั้นหน่อยคือเรื่องของอินเตอร์เนต ซึ่งก็ไม่ใช่งานที่ใช้ทรัพยากรมหาศาล แต่ทำไมคนถึงต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่เร็วขึ้น แรงขึ้น จุขึ้น มันเป็นภาพลักษณ์ลวงตาหลอกลวงผู้บริโภคว่ามันทำให้คุณใ้ช้งานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น มากขึ้น ทั้ง ๆ ที่คุณก็ยังคงมีสองมือสองเท้าเหมือนเดิม ผมพูดเรื่องนี้ทำไม ผมกำลังจะบอกว่าไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์สุดไฮเทค ใช้เครื่องไฮเอนด์ อาจจะมีแค่พวกวิศวกร กับนักเล่นเกมเท่านั้นที่ต้องใช้ คนธรรมดาแค่ Spec ต่ำสุดในตลาดก็ใช้ได้หลายปีแล้ว
ผู้ใหญ่บางท่านไม่เข้าใจ บอกว่า เครื่อง OLPC นั้นมันแย่เกินไป มันช้าเกินไป น้อยเกินไป ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก ในมุมมองของผม OLPC นั้น มีหน้าตาเหมือน Laptop แต่มีสมถภาพใกล้เคียงกับ Pocket PC อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด ผมเล่น Pentium-133 มาแล้ว ผมรู้ดีว่าคำว่า "ช้า" ที่แท้จริงมันเป็นยังไง (โดยเฉพาะตอนพยายามรันโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับ Pentium-3) กับไอ้เครื่องระดับนั้นน่ะครับ แค่งาน Word Processor ธรรมดาน่ะ สบายมากครับ (คงไม่ต้องเทียบกับพิมพ์ดีดไฟฟ้าหรอกนะ) ซึ่ง เด็ก ๆ ทั่วไปเขาไม่ใช้มากไปกว่านี้หรอกครับ
ผมคงไม่ต้องพูดถึงเรื่อง "เกม" หรอกนะครับ เพราะว่าเด็ก ๆ ที่ผมพูดถึงหมายถึง เด็ก ๆ ด้อยโอกาส กับไอ้แค่เรื่องเกมน่ะผมว่าเค้าคงไม่สนใจหรอก ผมไม่ได้พูดถึงเกรียนที่เราเห็นได้ตามเกมออนไลน์ทั่วไปหรอกนะครับ ผมหมายถึงเด็ก ๆ ที่อยู่ตามป่า ตามเขาต่างหาก
หรือว่าถ้ารัฐบาลไทยมีแผนจะทำแบบสิงคโปร์ ให้เด็ก ๆ ทุกคนมี Laptop เป็นของตัวเอง ก็ลองดูครับ ถ้าเงินคงคลังไม่หมดเสียก่อนก็คงดี ... อันที่จริงผมว่า Laptop เนี่ยเหมาะกับคนทั่วไปมากกว่า Desktop เพราะต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่า ใช้งานได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า Desktop น่ะ เหมาะกับพวก Guru และพวกทำงานสาย IT เป็นอาชีพมากกว่าครับ
ผมว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างมากเลยนะ กับไอ้คอมพิวเตอร์ราคาสี่พันกว่าบาทเนี่ย สำหรับเด็ก ๆ แล้ว ถึงเงินสี่พันจะยังเป็นเงินมากโข แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามันมากกว่านั้นมาก
ผมโชคดีว่า คุณลุงผมท่านเป็นวิศวกร ท่านจึงมีความสนใจด้านเครื่องยนต์กลไก อิเล็กทรอนิก และคอมพิวเตอร์ ท่านซื้อ Computer AMD386 33MHz มาเครื่องหนึ่ง แต่ด้วยความที่ไม่ได้ใช้ท่านเลยยกให้ผม
ถ้าหาก เมื่อสิบสองปีที่แล้ว ผมไม่ได้เล่นเจ้าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าป่านนี้จะได้มาเป็นโปรแกรมเมอร์หรือเปล่า ผมอาจจะไปเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ ทำงานไปวัน ๆ ก็ได้
แต่ใครจะมีโอกาสแบบผม เด็กทุกคนไม่ได้มีโอกาสแบบผมเสมอไป ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์ราคาถูกลง แต่ก็ยังคงเป็นราคาที่สูงเมื่อพ่อแม่ต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะพ่อแม่ในต่างจังหวัด การที่เด็กพวกนี้ไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขานั้นโง่ ไร้การศึกษา แต่ การที่มีมันก็ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับพวกเขาได้มากขึ้น
กลับมาดูที่คอมพิวเตอร์ทุกวันนี้ มี CPU3GHz มีแรม 1024GB Harddisk กว่า 300GB เมื่อเทียบกับสมัยที่ผมเล่นคอมแรก ๆ CPU 33MHz แรม 4MB Harddisk 120MB จะเห็นว่าต่างกันชัดเจน แต่คนสมัยนี้นอกจากเล่นเกมแล้ว ประมาณ 90% กว่า ๆ ยังคงใช้ Computer เพื่อจุดประสงค์เดิม เหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทั้งการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ การทำตารางคำนวน การทำสื่อนำเสนอ อาจจะมีมากกว่านั้นหน่อยคือเรื่องของอินเตอร์เนต ซึ่งก็ไม่ใช่งานที่ใช้ทรัพยากรมหาศาล แต่ทำไมคนถึงต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่เร็วขึ้น แรงขึ้น จุขึ้น มันเป็นภาพลักษณ์ลวงตาหลอกลวงผู้บริโภคว่ามันทำให้คุณใ้ช้งานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น มากขึ้น ทั้ง ๆ ที่คุณก็ยังคงมีสองมือสองเท้าเหมือนเดิม ผมพูดเรื่องนี้ทำไม ผมกำลังจะบอกว่าไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์สุดไฮเทค ใช้เครื่องไฮเอนด์ อาจจะมีแค่พวกวิศวกร กับนักเล่นเกมเท่านั้นที่ต้องใช้ คนธรรมดาแค่ Spec ต่ำสุดในตลาดก็ใช้ได้หลายปีแล้ว
ผู้ใหญ่บางท่านไม่เข้าใจ บอกว่า เครื่อง OLPC นั้นมันแย่เกินไป มันช้าเกินไป น้อยเกินไป ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก ในมุมมองของผม OLPC นั้น มีหน้าตาเหมือน Laptop แต่มีสมถภาพใกล้เคียงกับ Pocket PC อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด ผมเล่น Pentium-133 มาแล้ว ผมรู้ดีว่าคำว่า "ช้า" ที่แท้จริงมันเป็นยังไง (โดยเฉพาะตอนพยายามรันโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับ Pentium-3) กับไอ้เครื่องระดับนั้นน่ะครับ แค่งาน Word Processor ธรรมดาน่ะ สบายมากครับ (คงไม่ต้องเทียบกับพิมพ์ดีดไฟฟ้าหรอกนะ) ซึ่ง เด็ก ๆ ทั่วไปเขาไม่ใช้มากไปกว่านี้หรอกครับ
ผมคงไม่ต้องพูดถึงเรื่อง "เกม" หรอกนะครับ เพราะว่าเด็ก ๆ ที่ผมพูดถึงหมายถึง เด็ก ๆ ด้อยโอกาส กับไอ้แค่เรื่องเกมน่ะผมว่าเค้าคงไม่สนใจหรอก ผมไม่ได้พูดถึงเกรียนที่เราเห็นได้ตามเกมออนไลน์ทั่วไปหรอกนะครับ ผมหมายถึงเด็ก ๆ ที่อยู่ตามป่า ตามเขาต่างหาก
หรือว่าถ้ารัฐบาลไทยมีแผนจะทำแบบสิงคโปร์ ให้เด็ก ๆ ทุกคนมี Laptop เป็นของตัวเอง ก็ลองดูครับ ถ้าเงินคงคลังไม่หมดเสียก่อนก็คงดี ... อันที่จริงผมว่า Laptop เนี่ยเหมาะกับคนทั่วไปมากกว่า Desktop เพราะต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่า ใช้งานได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า Desktop น่ะ เหมาะกับพวก Guru และพวกทำงานสาย IT เป็นอาชีพมากกว่าครับ

โครงการดีๆแบบนี้
#1 By ゆき * comin' back from da semetry on 2006-11-19 15:22